3 สิ่งที่ทำให้คอนเทนต์ของคุณทรงพลังกลายเป็น Viral Content


ต้องยอมรับว่าแม้การสร้างคอนเทนต์อาจไม่ใช่เรื่องยากแต่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำให้คอนเทนต์ทั่วไปกลายเป็น Viral Content ที่มีคนสนใจล้นหลามได้ ดังนั้นการจะทำให้คอนเทนต์ทรงพลังต้องมีปัจจัยช่วยจนกลายเป็นสุดยอดคอนเทนต์ที่ทุกคนอยากจะคลิกเข้ามาอ่านกัน ทว่าลำดับแรกมาทำความเข้าใจกับ Viral Content กันก่อน

Viral Content คือ คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม เป็นกระแส ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ที่เผยแพร่อยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตโดยสามารถชี้วัดได้จากความสนใจของผู้คน เป็นจำนวนยอดแชร์ที่มากเป็นหลักหมื่น โดย Viral Content นั้นจะเป็น Content ในลักษณะไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นข่าว เรื่องดราม่า คอนเทนต์สร้างสรรค์ ซึ่งทุกคอนเทนต์นั้นสามารถเป็น Viral ได้ถ้าหากเป็นคอนเทนต์ที่โดนใจคนหมู่มาก และถ้าหากธุรกิจสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เป็น Viral ได้ย่อมหมายถึงการเข้าถึงคนหมู่มาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ สำหรับธุรกิจเพราะแทบจะไม่ต้องเสียตังค่าโฆษณาเลย เพราะ Viral Content จะอาศัยพลังการแชร์ของผู้คนที่ส่งกันไปเรื่อย ๆ จึงไม่จำเป็นเลยที่ต้องเสียเงินค่าโฆษณา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ SME หรือธุรกิจควรจะศึกษาไว้ หากสามารถทำให้สักคอนเทนต์หนึ่งเป็น Viral ได้ ก็เรียกได้ว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับธุรกิจของคุณเลย และนี่คือ 3 องค์ประกอบของ Viral Content ที่พวกเราสามารถนำเอาไปคิดตามได้เพื่อสร้างคอนเทนต์ลักษณะนี้ขึ้นมา

1. Mass Communication – นี่คือปัจจัยแรกของ Viral Content เลยครับ ที่จะต้องเป็นคอนเทนต์ที่สามารถใช้สื่อสารได้กับคนกลุ่มใหญ่ ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ได้เป็นเรื่องจำเพาะ เพื่อสร้างปรากฎการณ์การแชร์ให้ถล่มทลาย เรื่องราวของคอนเทนต์จำเป็นอย่างยิ่งครับที่ไม่ว่าจะเป็นใครเมื่อได้เห็นก็เข้าใจได้ง่าย และโดนใจพวกเค้าทันทีที่เห็น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องมีสาระ และส่วนใหญ่ Viral Content ไม่ได้เป็นคอนเทนต์ที่มีสาระเชิงวิชาการหรอกครับ เพราะใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจ แต่เรื่องไร้สาระที่แฝงมุมมองแง่คิดอะไรบ้างอย่างนี้แหละครับ ที่ทำให้เกิดกระแสกับสังคมได้เสมอ และเมื่อถูกนำมาเสนอได้รูปแบบง่าย ๆ ที่สามารถสื่อสารได้กับคนทุกกลุ่ม ย่อมทำให้คอนเทนต์เป็น Viral ได้ง่าย

2. Pain-point / Pleasure – เมื่อสร้างคอนเทนต์ที่สามารถสื่อสารได้กับคนหมู่มากแล้ว ถัดไปคือคอนเทนต์นี้จำเป็นจะต้องสร้างอารมณ์ความรู้สึกอะไรบ้างอย่างให้กับผู้อ่านอย่างมหาศาล จนทำให้ผู้อ่านไม่สามารถที่อยู่เฉยได้และรีบกดแชร์มันออกไปทันที ซึ่งอารมณ์ของคอนเทนต์ที่จะสร้างให้ผู้อ่านรับรู้และมีผลกระทบมาก ๆ มีเพียง 2 แบบเท่านั้น คือ ความเจ็บปวดจากเหตุการณ์หรือเรื่องราวอะไรบ้างอย่างที่ประสบกับชีวิตของเค้า หรือไม่ก็เป็นคอนเทนต์ที่สร้างความสุข ความประทับใจแบบสุด ๆ ให้กับผู้อ่าน เรื่องราวของ 2 อารมณ์นี่แหละครับที่จะเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ของผู้อ่านหากเรื่องราวนั้นไปตรงใจเค้าเมื่อไหร่แล้วละก็ เป็นเรื่องง่ายมากที่เค้าจะกดแชร์ส่งต่อคอนเทนต์ของคุณให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยเช่นกัน เพราะนี่คือ 2 อารมณ์หลักในชีวิตของเราที่เป็นตัวผลักดันให้คนเราทำอะไรบ้างอย่าง จึงไม่เป็นเรื่องแปลกเลยครับ หากลองไปสังเกตดูคอนเทนต์ที่เป็น Viral จะต้องมีจุดหนึ่งที่เป็นจุดดึงอารมณ์ของผู้อ่านไม่ลักษณะใดลักษณะหนึ่งใน 2 แบบนี้

3. Value of news – นี่คือองค์ประกอบสุดท้ายของ Viral Content นั้นคือ คุณค่าความเป็นข่าว นี่อาจจะเป็นคำที่ไม่ค่อยคุ้นเคย แต่คอนเทนต์ที่คุณสร้างนั้นจะต้องมีคุณค่าอะไรบ้างอย่างที่ถูกนำเสนออกมา และตัวคุณค่านี่จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้คนอ่านอยากจะแชร์ส่งต่อ คิดง่าย ๆ ว่าการนำเสนอในลักษณะนี้จะไม่เป็นการนำเสนอตรง ๆ บอกประเด็นของเรื่องนั้นตรง ๆ แต่เราจะบิดการนำเสนอในอีกแง่มุมเพื่อสื่อไปถึงประเด็นนั้น ตัวอย่างเช่น “BTS เสียเช้านี้” – นี่คือการนำเสนอตรงไปตรงมา คุณค่าความเป็นข่าวของเรื่องนี้จะไม่มี จะมีเพียงแต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้วถูกนำเสนอออกมาอย่างงั้น แต่หากเราต้องการเพิ่มคุณค่าความเป็นข่าวอาจจะเขียนได้ว่า “นาย A ให้สัมพาษณ์ – ผมไม่เห็นเดือดร้อนกับ BTS อย่างที่ใคร ๆ บ่นกัน ผมเพียงปรับแผนออกเร็วขึ้น 1 ชม. ก็ถึงที่ทำงานก่อนเวลาแบบสบาย ๆ”

เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วว่าการสร้าง Viral Content มันมีอะไรมากกว่าแค่การเขียนคอนเทนต์ธรรมดาแบบที่เห็นกัน แต่ทุกคนสามารถทำได้หากรู้วิธีคิดอย่างถูกต้องว่าจะปั้นคอนเทนต์ออกมาสักตัวให้เป็น Viral นั้นจะต้องมีองค์ประกอบของอะไรบ้าง เพื่อน ๆ ลองนำเอาไปคิดดูสิครับมั่นใจได้เลยว่าหากธุรกิจของเพื่อน ๆ สามารถปั้น Viral Content ออกมาได้สักตัวจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้สังคัมและธุรกิจของเพื่อน ๆ แน่นอน